แปลเพลง Lily Allen – Who’d Have Known

ช่วงนี้ รู้สึก คึกคัก ชอบที่จะหาเพลงน่ารักๆ มาแปลจัง

วันนี้ได้ยินเพลงมาจากสถานีวิทยุทางอินเตอร์เน็ต เป็นเพลงของ Lily Allen ในเพลงที่ชื่อว่า Who’d have known ถ้าจะแปลก็จะแปลได้ว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ” เป็นเรื่องราวของสาวน้อยนางหนึ่งที่ไปตกหลุมรักกับหนุ่มรูปงาม แต่หล่อนไม่รู้ว่าเจ้าความสัมพันธ์ที่มันกำลังก่อตัวอยู่เนี่ย มันคืออะไรกันแน่ แต่ลึกๆแล้ว เธอรู้สึกแปลกๆ เลยถามตัวเองว่า Who’d have known หมายถึง ใครจะไปรู้กันล่ะ ว่าในที่สุด ฉันก็ตกหลุมรักเขาเข้าซะแล้ว..

Lily Allen - Who'd Have Known
Lily Allen – Who’d Have Known

มาดูเนื้อเพลงกัน..

It’s 5 o clock in the morning,
Conversation got boring,
You said you’re going to bed soon,
So I snuck off to your bedroom,
And I thought I’d just wait there,
Untill I heard you come up the stairs,
And I pretended I was sleeping,
And I was hoping you would creep in with me.

ตอนนี้เวลา ตี 5 แล้ว.. การสนทนาเริ่มจะน่าเบื่อ
เธอบอกว่า จะไปนอนละ … ดังนั้น ฉันเลยแอบย่องเข้าไปในห้องนอนของคุณ
และคิดว่า ฉันจะรอคุณอยู่ที่นั่น จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงคุณเดินขึ้นบันไดมา
ฉันเลยแกล้งทำเป็นนอนหลับอยู่ และหวังว่าคุณจะคลานขึ้นมานอนร่วมเตียงกับฉัน

You put your arm around my shoulder,
It was as if the room got colder,
And we moved closer in together,
And started talking about the weather,
You said tomorow would be fun,
And we could watch A Place In The Sun,
I didn’t know where this was going,
When you kissed me.

คุณได้โอบไหล่ฉันไว้ในอ้อมแขน
เหมือนกับว่า ถ้าห้องนี้อุณหภูมิเย็นลงกว่านี้
แล้วสองเรา ก็คงจะขยับเข้ามาชิดใกล้กันมากยิ่งขึ้น
และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดินฟ้าอากาศ
คุณบอกว่า วันพรุ่งนี้คงจะน่าสนุกดีนะ และเราจะไปดูหนังเรื่อง “A Place In The Sun”
ฉันไม่รู้อะไรเลยว่าเรื่องราวของเราสองคนจะไปถึงไหน เมื่อคุณได้จุมพิตฉัน

Are you mine? Are you mine?
Cos I stay here all the time,
Watching telle, Drinking wine,
Who’d of known, Who’d of known,
When you flash up on my phone,
I no longer feel alone,
No longer feel alone.

คุณจะเป็นของฉันไหม? คุณจะเป็นของฉันไหม?
เพราะตอนนี้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว ตลอดเวลา
ดูทีวี ดื่มไวน์
ใครจะไปรู้ล่ะ ใครจะไปรู้ล่ะ
เมื่อใบหน้าของคุณปรากฎขึ้นบนจอโทรศัพท์ของฉัน
ฉันไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไปแล้ว ไม่อ้างว้างเดียวดายอีกแล้ว..

I haven’t left you for days now,
And I’m becoming amazed how,
Your quite affectionate in public,
In fact your friend said it made her feel sick,
And even though it’s moving forward,
There’s just the right amount of awkward,
And today you accidentally,
Called me baby.

ฉันไม่ได้ห่างจากคุณมาหลายวันแล้ว
และก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้นได้นะ
คุณเป็นคนน่ารักมากเลยนะเวลาอยู่ในที่สาธารณะ
และนั่นก็ทำให้เพื่อนของฉันหมั่นไส้มากเลยล่ะ
และแม้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
แต่มันก็ยังมีความเขินอายอยู่เหมือนกันนะ
และวันนี้ คุณก็เผลอเรียกฉันว่า “ที่รัก”

Are you mine? Are you mine?
Cos I stay here all the time,
Watching telle, Drinking wine,
Who’d of known, Who’d of known,
When you flash up on my phone,
I no longer feel alone.

คุณจะเป็นของฉันไหม? คุณจะเป็นของฉันไหม?
เพราะตอนนี้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว ตลอดเวลา
ดูทีวี ดื่มไวน์
ใครจะไปรู้ล่ะ ใครจะไปรู้ล่ะ
เมื่อใบหน้าของคุณปรากฎขึ้นบนจอโทรศัพท์ของฉัน
ฉันไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไปแล้ว

Let’s just stay, Let’s just stay,
I wanna lie in bed all day,
We’ll be laughing all the way,
You told your friends,
They all know,
That we exsist but we’re taking it slow,
Lets just see how we go,
Now let’s see how we go.

มาอยู่ด้วยกันเถอะนะ , มาอยู่ด้วยกันเถอะนะ
ฉันต้องการจะเอนตัวลงนอนบนเตียงทั้งวัน
เราจะหัวเราะหยอกเย้าเล่นกันตลอดเวลา
คุณบอกเพื่อนๆของคุณ และพวกเขาก็รู้กันทั้งหมดแล้ว
ว่าเราคบกันแล้ว แต่เราอยากจะศึกษาดูใจกันไปเรื่อยๆ
มาดูกันว่า มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ
จากนี้ไป จะเป็นยังไงกันนะ..

 

คำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น

  • Snuck off = แอบ, ย่อง, ลับๆล่อๆ
  • Pretend = แกล้งทำ, แสร้งว่า
  • Creep = คลาน, เลื้อย
  • Telle = Television เป็นเหมือนชื่อเล่นของ TV น่ะเอง..
  • Affectionate (adj.) = เป็นที่รักใคร่
  • Awkward (adj.) [อ๊าวค-เวิร์ดด] = เคอะๆ เขินๆ
  • Lie = เอนกาย .. บางที แปลว่า โกหก ก็ได้ แต่ในบริบทนี้ มันต้องแปลว่า เอนกายลงนอนสิ.. ถึงจะเข้ากับบรรยากาศ

 

ขอบคุณวีดีโอคลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=FbDMUijBP2U