Hate Speech : ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง

ช่วงนี้ การเมือง ภายในประเทศค่อนข้างรุนแรง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันหลายส่วน ส่วนหนึ่งก็สนับสนุนรัฐบาล อีกส่วนก็ขับไล่รัฐบาล บางส่วนก็ไม่แสดงความคิดเห็น รอดูทีท่า และรับฟังข่าวสารกัน แต่โดยหลักๆ แล้วกลุ่มที่สนับสนุนความคิดเห็นของตนเอง (พูดกลางๆ) เช่น กปปส. หรือ นปช. ต่างก็มีวิธีการ กระบวนการ และกลยุทธ์ในการสร้างความชอบธรรม และผลักไสความไม่ถูกต้องให้ฝ่ายตรงข้ามเสมอ ทำให้รู้สึกว่าฝ่ายตัวเองถูกต้อง อีกฝ่ายผิดเสมอ และแม้ว่าฝ่ายตนเองนั้น อาจจะมีบางเรื่องที่กระทำประพฤติไม่ถูกต้องก็ตามที ก็จะมีกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือเลี่ยงบาลี พูดชี้นำไปในประเด็นอื่นๆ เพื่อสร้างความถูกต้องให้กับตนเองเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเหมือนกันสำหรับการชุมนุมในแต่ละกลุ่มก็คือ การปราศรัยด้วยถ้อยคำที่ดุดัน ห้าวหาญ โน้มน้าวความคิดของฝูงชนด้วยข้อมูลต่างๆ สร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง และที่สำคัญก็คือ “ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech)” ให้กับฝ่ายตรงข้าม

ลองมาดูคลิปวีดีโอ สรุปสั้นๆ ว่า Hate Speech คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? และเราจะรับมือกับ Hate Speech ได้อย่างไร? โดย ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ref. http://www.youtube.com/watch?v=8AKcSTY0TEc)

ตอนนี้ทำให้นึกไปถึง ภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีสังคมของ P.Ach’s ที่พูดถึง “ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก” ที่โพสเอาไว้ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2554 โน่นแน่ะ โดยเนื้อหาแบบแสบๆ คันๆ แต่ใช้ได้ แทบจะทุกยุค ทุกสมัย ซึ่งกระบวนการของการสร้างความร้าวฉาน ความแตกแยกนั้น เริ่มจาก

ชี้ให้เห็นว่า “เขาไม่เหมือนกับเรา”

เป็นความจริงที่ว่า คนเราทุกคน เกิดมาย่อมไม่เหมือนกัน มีจุดที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าตา สีผิว ศาสนา ความเชื่อ ถิ่นที่อยู่ ห่าเหวอะไรก็ตาม ถ้าเราหยิบยกเอาประเด็นนั้นมาเป็นความแตกต่าง ก็ใช้ได้ทั้งนั้น

ซึ่งประเด็นนี้ ถือว่าสำคัญมาก ในการที่จะทำให้คนสองคน สองกลุ่ม สองเผ่าพันธ์ สองชนชาติ หรือไม่ว่าจะกี่ชนชาติ กี่กลุ่ม ใดๆ ก็ตาม เล็งเห็นว่า “เฮ้ย เราไม่เหมือนกันกับเขานะ” หรือ “เฮ้ย มึงน่ะ ไม่เหมือนพวกกูนะ”

ถ้าสามารถสร้าง Awareness ในประเด็นความแตกต่าง ให้เกิดขึ้นได้แล้ว ก็ถือว่า จุดไฟติดละ เริ่มเติมเชื้อต่อไปได้เลย

ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 1 ชี้ให้เห็นว่า เขา ไม่เหมือนกับเรา
ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 1 ชี้ให้เห็นว่า เขา ไม่เหมือนกับเรา

สร้างปมด้อย

คนเรา ไม่ว่าใครก็ตาม มักจะไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่าง หรือด้อยกว่าอีกฝ่ายเป็นแน่นอน ดังนั้น ถ้าสามารถเติมเชื้อไฟ สุมความต้อยต่ำของกลุ่มของเราให้รับรู้แล้ว ก็จะทำให้กลุ่มนั้นๆ รู้สึกเหมือนถูกเอารัด เอาเปรียบ เหมือนโดนเหยียบจมดินอยู่ มีความแค้น ความเกลียดชัง สุมทรวง พร้อมจะปะทุ ระเบิด ออกมาได้ทุกเมื่อ

ขั้นตอนนี้ จะทำให้เกิดความรู้สึกเห็นอก เห็นใจ และสร้างความสามัคคี เป็นปึกแผ่นกันในกลุ่มของตัวเอง และในขณะเดียวกัน ก็สร้างความรู้สึกเกลียดชังอีกฝ่ายได้ด้วย ถือว่าเป็นการเพิ่มรอยร้าวได้อย่างดีเยี่ยม

ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 2 สร้างปมด้อย
ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 2 สร้างปมด้อย

สุมไฟ

ขั้นตอนนี้ เป็นการเลือกป้อนข่าวแต่ ด้านได้เปรียบของอีกฝ่าย ซึ่งวิธีที่ดีก็คือ อย่าโกหกทั้งหมด แต่ใช้วิธี “เล่าความจริงไม่หมด” จะได้ผลดีที่สุด เพราะมนุษย์จะเชื่อเรื่องโกหกทันทีที่มีเรื่องจริงปะปนอยู่นิดหน่อย โดยขั้นตอนนี้ จะมุ่งสร้างความรู้สึกว่า ถ้าไม่ออกมาต่อสู้ล่ะก็ ฝ่ายเราจะพ่ายแพ้

ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 3 เลือกสุมไฟ
ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนที่ 3 เลือกสุมไฟ

เล่นบทคนดี (กับพวกตัวเอง)

ถึงตอนนี้ ทั้งสองฝ่าย ก็รอแค่ ท่านผู้นำ เปิดเกมนำทางเท่านั้นล่ะ ไม่ว่าจะเป็น ร้องไห้ ก้มกราบ หรือบาดเจ็บล้มป่วย … ผู้นำทั้งหลาย ก็จะต้องเล่นซีนอารมณ์ให้ฝ่ายตัวเอง “อิน” แล้วก็พร้อมที่จะระเบิดมันออกมา ก็เท่านั้น

ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนสุดท้าย เล่นบทคนดี
ศิลปะแห่งการสร้างความแตกแยก: ขั้นตอนสุดท้าย เล่นบทคนดี

ปล. ทั้งนี้ และทั้งนั้น ในประวัติศาสตร์สงคราม/การเมืองต่างๆ น้อยครั้งนัก ที่ท่านผู้นำ จะเปิดศึกเป็นแนวหน้าออกรบ จนได้รับบาดเจ็บ ล้มตาย หรือถูกจับกุมในทันที แต่จะเป็นประชาชน กลุ่มคนที่ติดตามท่านผู้นำนั้นๆ ต่างหาก ที่จะพลีชีพ บาดเจ็บ ล้มตายกันไปก่อน

ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรก็ตาม ขอให้มีคำนี้สั้นๆ คำเดียว แต่สองพยางค์ คำนั้นก็คือ “สติ” ใช้สติ ไตร่ตรอง ทบทวน คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ แยกแยะ มองภาพรวมให้ออก เหตุการณ์นั้นๆ ใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ ใครจะเป็นผู้เสียประโยชน์ และผลของการกระทำนั้นๆ จะเป็นอย่างไร เราจะเป็นยังไง ผลพวงของเหตุการณ์นั้นๆ จะเป็นยังไง ตัวเรา ครอบครัว พ่อแม่ สามี ภรรยา ลูก เพื่อนๆ หน้าที่การงาน ภาระต่างๆ จะเป็นยังไง หากเราเกิดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นๆ บาดเจ็บ พิการ ล้มตาย แต่ถ้าคิดแล้วว่า “ได้” ก็ทำไป เพราะนั่นคือชีวิตของคุณ โตแล้ว คิดตัดสินใจเองได้ แต่ถ้ายัง “ลังเล” ก็ขอให้หยุดคิดสักนิด …. ฝากไว้เท่านี้ล่ะครับ

 

สุดท้าย ขอขอบคุณจริงๆ สำหรับคลิปสรุปเรื่อง Hate Speech จาก ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และภาพการ์ตูนล้อเลียนจาก P.Ach’s ที่ผมยอมรับเลยว่า ไม่ได้ขออนุญาตเผยแพร่จากผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ

 

(เพิ่มเติม: 4 พฤษภาคม 2558) วันนี้ได้ดูรายการ พื้นที่ชีวิต ตอน รอยเลือดที่รวันดา แสดงให้เห็นถึงหายนะของการสุมไฟ ว่าพวกเขา พวกเราแตกต่างกัน แตกต่าง คือขัดแย้ง ต้องกำจัด จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทุซซี่ จากเผ่าฮูตู ทำให้มีประชากรถูกสังหารไปกว่า 800,000 – 1,071,000 คน ภายในปี พ.ศ.2537 (ค.ศ.1994) ภายในระยะเวลาแค่ 3 เดือน ลองดูคลิปรายการนี้ครับ ความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่คุ้มค่ามากครับ

Leave a Reply