มนุษย์ป้า

เห็นคนพูดถึงเรื่อง “มนุษย์ป้า” กันมากมาย ว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ จริงๆ แล้วเราว่า เราเคยมองย้อนกลับมามองดูตัวเองกันบ้างรึป่าว? ว่าบางครั้งลักษณะนิสัยแบบนั้น ที่เราว่าไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ เราอาจจะเคยเผลอเรอทำมาแล้วก็ได้ สรุปรวมๆ แล้วมันก็คือ จิตสำนึกสาธารณะ นั่นล่ะ อย่างการเข้าคิวต่อแถว ความมีวินัย การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีน้ำใจ การให้เกียรติ การมีมารยาทในกาลเทศะต่างๆ

ยกตัวอย่างกรณีเช่น โบกรถแท็กซี่ … ถ้าสมมติว่า คุณยืนรอเรียกรถแท็กซี่อยู่ แล้วปรากฎว่ามีคนอื่น เดินนำหน้าคุณไปโบกเรียกรถแท็กซี่ดักหน้าคุณ เป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร ??? ถ้ามีแค่ 1 หรือ 2 ครั้งก็ไม่เป็นไรหรอก จริงมั้ย? แต่ถ้าทุกๆ คน เขาเดินดักหน้าคุณไปตลอด แล้วก็ดูแล้ว ไม่มีวี่แววว่าคุณจะเรียกรถแท็กซี่ได้เลย ถ้ายังยืนอยู่ที่จุดๆ นั้นต่อไป … ผมว่า คุณก็คงจะต้องพยายาม เดินดักหน้า เลียนแบบคนอื่นๆ เหมือนกัน…. อันนี้แค่กรณีที่หนึ่ง

หรือกรณีที่สอง ต่อคิวเข้าแถวเพื่อผ่านประตูอัตโนมัติในระบบรถไฟฟ้า (BTS, MRT) … สมมติว่ามีช่องทางออกอยู่ 5 ช่อง แล้วทุกคน ก็เดินมาเป็นแนวเพื่อจะเข้าคิวในแต่ละประตู แต่ปรากฎว่า ช่องที่คุณกำลังเข้าแถวนั้น มันยาวกว่า แถวด้านข้าง เป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร ? 1) อดทนรอต่อไป เดี๋ยวก็ถึงคิวเราแล้ว หรือ 2) เปลี่ยนเลนกะทันหัน ปาดซ้าย/ปาดขวา ตัดหน้าคนอื่น …. กรณีคล้ายๆ กันอย่างพวก ขึ้น/ลงบันไดเลื่อนซึ่งมีคนเยอะมาก (เช่น บีทีเอสสยาม) คุณจะเดินไปต่อแถวด้านหลัง หรือจะทำเนียนๆ กระแซะแทรกแถวตรงช่องทางเข้ารึป่าว??

เอาไปอีกตัวอย่าง แต่อันนี้ไม่น่าจะมีผู้สูงอายุทำกันเท่าไหร่ แต่ผมมองว่า เป็นส่วนหนึ่งในจิตสำนึกสาธารณะนะ … นั่นคือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ … ยกตัวอย่าง ในบีทีเอส (ยกตัวอย่างในรถไฟฟ้า เพราะเห็นบ่อย ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน อยู่กันมากมาย มักจะทำให้ผู้คนเผลอหลุดนิสัยต่างๆ ออกมามากมาย) … ในบีทีเอส ถ้ามีผู้สูงอายุ เด็ก หรือสตรีมีครรภ์เดินเข้าขบวนรถไฟฟ้ามา สิ่งแรกที่คนคิดกันก็คือ บุคคลเหล่านี้ควรจะได้นั่ง แต่ใครจะลุกให้นั่งล่ะ ? กลุ่มเป้าหมายแรกที่ทุกคนคิดกันก็คือ มนุษย์เพศชาย เพราะเพศชายต้องมีน้ำใจ เสียสละ และยืนได้ แต่ถ้าจังหวะนั้น ไม่มีเพศชายคนใดที่นั่งอยู่เลยล่ะ? มองไปทั้งสองฝั่ง ก็มีแต่เพศอื่นๆ นั่งกันอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง ก็อาจจะมีใครสักคนที่แสดงเจตจำนงเอื้อเฟื้อที่นั่งให้ แต่ถ้าจังหวะนั้น แต่ละคนกำลังขะมักเขม้นก้มหน้าก้มตา ปลูกผัก, อัพเฟส, แชตไลน์, เล่นคุกกี้รัน หรือทำอย่างอื่นๆอยู่ … ถ้าเป็นกรณีนี้ ใครผิดล่ะ? ผมอาจจะมีอคติไปบ้าง แต่ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนเงยหน้าขึ้นมา มองไปรอบๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วก็มีน้ำใจให้กันในโอกาสที่เหมาะสม นั่นก็น่าจะจรรโลงสังคมของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นนะ

ยังมีอีกหลากหลายกรณีที่บุคคลที่เราเรียกเหมารวมว่า “มนุษย์ป้า” นั้นทำกัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า บางกรณีมันแย่มากจริงๆ บางกรณีก็ทำใจรับได้ แต่ทั้งหลายทั้งปวง มองดูพวกเขาเหล่านั้นแล้ว ก็ย้อนกลับมามองดูตัวเองบ้าง ว่าเรายังมีอะไรบกพร่องอยู่หรือไม่ และเตือนสติตัวเราเองไม่ให้ทำแบบนั้น

จบ แบบงงๆ 555

เพิ่มเติมให้อีกหน่อย.. พอดีไปเห็น โพสของคุณสุหฤท สยามวาลา เกี่ยวกับมนุษย์ป้าเอาไว้ (อ้างอิง: https://www.facebook.com/suharit.surprise/posts/10152050255536370) ดังนี้

ความหมายของมนุษย์ป้า

  1. มนุษย์ป้าไม่มีอายุ อาจแฝงตัวมากับวัยรุ่น คนทำงาน และบางครั้งเป็นผู้ชาย
  2. มนุษย์ป้าจะเข้าใจว่าการแซงคิวเป็นสิทธิ์ของคนที่รีบอย่างกูเท่านั้น พวกมึงรอได้
  3. มนุษย์ป้ามักทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ โดยที่ชาวอำเภอเมืองอื่นๆไม่มีหัวใจให้เขาเห็น
  4. มนุษย์ป้าจะชื่นชอบ คิวรถตู้ แถวในเซเว่นและประตูรถไฟฟ้าเป็นพิเศษ มีความตื่นเต้นที่ได้นำหน้าคนอื่นโดยเฉพาะถ้าแซงแล้วเป็นคนสุดท้ายก่อนประตูแม่งปิด
  5. มนุษย์ป้าจะมักสั่งสอนรุ่นลูกหลานในรุ่นต่อไปว่าทำอย่างกูนะคือคนฉลาด ในที่สุด ลูกหลานก็จะเอาเปรียบมนุษย์ป้าเพื่อตอบแทนอย่างสาสม
  6. มนุษย์ป้าสามารถทำกิจกรรมเอาเปรียบคนอื่นได้อย่างหน้าตาสดชื่นที่สุด เห็นคนด้านหลังควันออกหูถือเป็นความสำเร็จ
  7. มนุษย์ป้ามักมีปมด้อยในวัยเด็กเสมอคือเรียนได้ที่โหล่ อยู่หลังห้อง ไม่สามารถมาอยู่แถวหน้าได้เลยต้องเอาเปรียบคนอื่นเอา
  8. มนุษย์ป้าไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด เราจึงไม่ควรให้อภัยแบบไทยๆ มาบ่นในเฟซ ควรเผชิญหน้าแล้วพูดดีๆ สุภาพแต่เสียงดังนิสนุง
  9. มนุษย์ป้าจะไม่เคยเห็นเราเป็นลูกหลาน อย่าสอนให้ลูกหลานเราทำตาม บ้านเราจะดีขึ้น
  10. มนุษย์ป้าเสียภาษีเท่าไหร่ไม่ต้องรู้ ที่รู้คืออย่ายอมให้ป้าแม่งได้สิทธิ์เหนือความถูกต้องที่เราทำอยู่

อย่ายอม เตือนป้าด้วยความสุภาพแต่เสียงดังนิสนุง เพื่อไม่ให้ลูกหลานซึมซับความเป็นป้าจนเป็นวัฒนธรรมแสนห่วยในบ้านเรา
สุหฤท สยาม โอปป้าโต้

Leave a Reply