โรคกลัว, อาการกลัว หรือ โฟเบีย Phobia

Phobia

จริงๆ แล้ว คนเราทุกคน คงเคยมีอาการหวาดกลัว ระแวง รู้สึกไม่ปลอดภัย ฯลฯ กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่อันที่จริง “ความกลัว (Fear)” และ “โรคกลัว (Phobia)” นั้นต่างกันนะครับ

ความกลัว เป็นการตอบสนองทางอารมณ์ต่อการถูกคุกคามหรือภัยอันตราย นับเป็นกลไกพื้นฐานในการเอาตัวรอดต่อสิ่งกระตุ้นหนึ่งๆ ที่จำเพาะ เช่น การกลัวต่อความเจ็บปวดหรือสิ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวด นักจิตวิทยาให้ความเห็นว่าความกลัวเป็นหนึ่งในอารมณ์พื้นฐานแต่กำเนิดซึ่งรวมถึงความสุข, ความเศร้า และความโกรธ (http://th.wikipedia.org/wiki/ความกลัว)

โรคกลัว, อาการกลัว หรือ โฟเบีย เป็นความกลัวชนิดที่ไม่ปกติ มักจะเกิดกับความกลัวสิ่งของ บุคคล การกระทำ หรือเหตุการณ์ต่างๆ การกลัวมีความรุนแรงทางอารมณ์ เป็นพฤติกรรมเชิงอารมณ์ที่รุนแรงที่จะปฏิเสธต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ภายนอกที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง โฟเบียนี้จะแตกต่างกับความกลัว (Fear) ที่ไม่มีการแสดงอารมณ์ที่รุนแรง อย่างการร้องไห้ฟูมฟายหรืออาเจียน และแตกต่างกับความวิตกกังวล เพราะกรณีของโฟเบียเรารู้ว่าตัวเรากลัวอะไร แต่เราไม่รู้ว่าเราเป็นกังวลในเรื่องอะไร (http://th.wikipedia.org/wiki/โรคกลัว)

ทีนี้ เรามาดูกันว่า อะไรคือ โรคกลัว กันแน่?

ประเภทของโรคกลัว (Types of Phobias)

  1. Social Phobias : อาการกลัว หรือภาวะความกลัว ที่เกิดขึ้นในสภาวะการณ์ทางสังคม หรือในสถานที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
  2. Specific Phobia : อาการกลัว หรือภาวะความกลัว ซึ่งเกิดจากสิ่งเร้าที่มีลักษณะจำเพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้แต่สิ่งที่ระบุไม่ได้ เป็นต้น

ในส่วนของ Specific Phobia นั้น มีปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะกลัว ได้ 4 ประการ คือ

  1. Natural Environment : สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า พายุ แสงแดด ต้นไม้ สายลม ฯลฯ
  2. Animal : สัตว์ต่างๆ เช่น งู แมงมุม ตะขาบ ฯลฯ
  3. Medical : เช่น กลัวการเห็นเลือด กลัวคุณหมอ กลัวการฉีดยา ฯลฯ
  4. Situation : กลัวสถานการณ์ เช่น ขับรถ ขึ้นสะพาน ต่อแถวเข้าคิว ฯลฯ

 

ตัวอย่างอาการกลัว, โรคกลัว หรือโฟเบีย

จากรายงานของ สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ (National Institute of Mental Health) ของประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า มีชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป กว่า 8.7% หรือประมาณ 19.2 ล้านคน กำลังประสบกับภาวะโรคกลัวตั้งแต่ปัจจัยเดียว จนถึงหลายปัจจัย และแม้ว่านักวิจัยจะไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่แน่ชัดลงไปว่า อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาการของโรคกลัวขึ้นมาในกลุ่มคนเหล่านี้ แต่เป็นที่รู้กันว่า โรคกลัวนั้นมีรากฐานมาจากความกลัวต่อสิ่งเร้าตามปกติอยู่แล้ว (อ้างอิงจาก http://www.nimh.nih.gov/health/publications/the-numbers-count-mental-disorders-in-america/index.shtml)

โรคกลัว หรือโฟเบีย Phobia นั้น มีการแบ่งประเภท และชนิดต่างๆ ออกไปมากมาย มากกว่า 500 ประเภท (http://www.phobialist.com/) แต่ผมจะขอยกตัวอย่างมาบางประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด หรือน่าสนใจกันครับ

 

Acrophobia
Acrophobia

Acrophobia – โรคกลัวความสูง

อาการกลัวที่สูง เป็นความกลัวต่อความสูงอย่างมาก อาการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายได้เพราะผู้ป่วยอาจเกิดอาการตื่นตระหนกเมื่ออยู่ในที่สูงจนไม่สามารถลงจากบริเวณนั้นได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการกลัวความสูงมักจะใช้สับสนกับอาการรู้สึกหมุน (vertigo) หรือเวียนศีรษะ เพราะอาการดังกล่าวเป็นความรู้สึกเหมือนสถานที่นั้นหมุนซึ่งเกิดจากการมองลงมาจากที่สูง รวมทั้งมีสิ่งกระตุ้นอื่นๆ

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Acrophobia

 

 

Claustrophobia
Claustrophobia

Claustrophobia – โรคกลัวที่แคบ

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Claustrophobia

 

 

Nyctophobia - Fear of the Dark
Nyctophobia – Fear of the Dark

Nyctophobia – โรคกลัวที่มืด

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Nyctophobia

 

 

Ophidiophobia - Fear of Snakes
Ophidiophobia – Fear of Snakes

Ophidiophobia – โรคกลัวงู

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Ophidiophobia

 

 

Arachnophobia - Fear of Spiders
Arachnophobia – Fear of Spiders

Arachnophobia – โรคกลัวแมงมุม

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Arachnophobia

 

 

Trypanophobia - Fear of Injection or Medical Needles
Trypanophobia – Fear of Injection or Medical Needles

Trypanophobia – โรคกลัวเข็มฉีดยา, อาการกลัวเข็ม

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Trypanophobia

 

 

Astraphobia - Fear of Thunder and Lightning
Astraphobia – Fear of Thunder and Lightning

Astraphobia – โรคกลัวฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Astraphobia

 

 

Social Phobia
Social Phobia

Social Phobia – โรคกลัวการเข้าสังคม

โรคกลัวการเข้าสังคม คือ อาการวิตกกังวลว่าตัวเองจะเผลอทำอะไรเปิ่น ๆ เชย ๆ หรือทำพลาดให้ต้องอับอาย กลัวถูกวิพากย์วิจารณ์จากคนรอบข้าง ซึ่งดูเหมือนอาการของคนตื่นเต้นกับบางอย่างแบบปกติทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยโรคกลัวการเข้าสังคม (Social Phobia) จะประหม่ามาก และไม่สามารถบังคับตัวเองให้ไม่ขลาดกลัวการเข้าสังคมได้เลย ลองมาเช็กสัญญาณอาการของโรคนี้กันก่อนเลย โดยอาการของโรคจะแบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้

อาการแสดงออกทางอารมณ์ และความคิด

  • รู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องพูดคุยกับบุคคลอื่น หรือเผลอ ๆ อยู่ต่อหน้าคนอื่นก็พูดไม่ออก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องพูดไปตามมารยาทก็ยังฝืนความวิตกกังวลของตัวเองไม่ได้
  • วิตกกังวลเป็นอย่างมากว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา หวาดกลัวบุคคลอื่นจะวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองไปต่าง ๆ นานา
  • เครียดล่วงหน้าเป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ เมื่อรู้ว่าต้องปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน หรือต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่เจอคนเยอะ ๆ
  • กลัวว่าตัวเองจะแสดงอาการหน้าขายหน้าอะไรออกไปสักอย่าง
  • กลัวคนอื่นจะจับสังเกตได้ว่ากำลังรู้สึกประหม่าอยู่

อาการแสดงออกทางร่างกาย

อาย หน้าแดง เขินจนบิด ไม่กล้าสบตา หายใจหอบถี่กระชั้น ปั่นป่วนในท้อง บางรายถึงกับอาเจียน เสียงสั่น พูดตะกุกตะกัก ใจเต้นแรง แน่นหน้าอก เหงื่อแตก หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

ลองสังเกตุพฤติกรรมของตัวเองว่า มีอาการบ่งชี้ดังนี้หรือไม่

  • ชอบปลีกตัวไปหลบอยู่คนเดียวบ่อย ๆ เพราะกลัวการเผชิญหน้ากับบุคคลอื่น
  • มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างต่ำ สานสัมพันธ์ไม่เก่ง และรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยาก
  • ไม่กล้าทำอะไรด้วยตัวเองแบบเดี่ยว ๆ จำเป็นต้องมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
  • ไม่กล้าแสดงออกขั้นรุนแรง
  • ในผู้ใหญ่บางรายอาจดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจทุกครั้ง ก่อนออกไปเผชิญหน้ากับคนหมู่มาก

แนวทางการรักษา

จิตแพทย์จะเยียวยาอาการกลัวสังคมด้วยวิธี CBT (Cognitive Behavior Therapy) หรือการบำบัดด้วยการรับรู้และพฤติกรรม ซึ่งต้องถือว่าเป็นแนวทางการรักษาโรคกลัวการเข้าสังคมที่เหมาะสมมากอีกแนวทางหนึ่ง โดยจิตแพทย์จะพยายามโน้มน้าวผู้ป่วยให้เปลี่ยนความคิด ปรับพฤติกรรม และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอาการกลัวสังคมของตัวเอง เพื่อให้เขารู้สึกประหม่า และวิตกกังวลน้อยลง รวมทั้งเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้การเข้าสังคมมากขึ้นด้วย หรือหากผู้ป่วยไม่พร้อมจะเข้ารับการรักษาแบบเดี่ยว ๆ จิตแพทย์ก็อาจจะแนะนำให้เข้ารับการบำบัดแบบกลุ่มฝึกฝนทักษะการเข้าสังคม เรียนรู้วิธีการตอบโต้บทสนทนา และทักษะการกล้าแสดงออกทุกชนิด โดยทำร่วมกันกับผู้ป่วยเคสอื่น ๆ

นอกจากนี้ การใช้วิธีปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางบำบัดที่จะช่วยทำให้คนที่มีอาการหวาดกลัวสังคมได้มีชีวิตที่เป็นปกติสุขได้มากขึ้นเช่นกัน

  • ฝึกท้าทายความคิดในแง่ลบ
    ผู้ป่วยโรคกลัวการเข้าสังคมส่วนมากมักจะคาดเดาไปต่าง ๆ นานาเมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตา หรืออยู่ในวงล้อมของคนอื่น ๆ โดยกลัวว่าจะแสดงพฤติกรรมเปิ่น ๆ ดูงี่เง่าออกไป และคนอื่นจะต้องวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างเสีย ๆ หาย ๆ แน่นอน ดังนั้นเราจึงเยียวยาเขาด้วยการให้เขาฝึกท้าทายความคิดในแง่ลบ พยายามเอาชนะความกลัว และการคาดเดาร้าย ๆ อย่างนั้นให้ได้ และผลักดันให้เขาคิดอยู่ในใจเสมอว่า “ฉันต้องทำได้ ไม่มีอะไรยากเลยสักนิด” นอกจากนี้ต้องพยายามให้เขาเลิกคาดเดาความคิดของคนอื่น เลิกกังวลสายตาของใครต่อใครให้ได้ด้วย
  • โฟกัสที่สิ่งรอบตัว
    หากไม่อยากจดจ่ออยู่กับความวิตกกังวล ผู้ป่วยควรหันเหความสนใจของตัวเองไปที่สิ่งแวดล้อมรอบตัว มองผู้คน และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น รวมทั้งตั้งใจฟังในสิ่งที่ได้ยิน โดยไม่เอาความคิดด้านลบของตัวเองไปกลบเสียงรอบข้างนั้นจนหมด นอกจากนี้คุณไม่จำเป็นต้องแสดงปฏิกิริยาตอบโต้กับคู่สนทนาเพื่อรักษาบรรยากาศตลอดเวลาก็ได้ เงียบนิ่งในบางครั้ง ก็ไม่ทำให้บทสนทนาสะดุด แถมยังลดความเกร็งของคุณลงไปได้อีกด้วย
  • ฝึกกำหนดลมหายใจ
  • เผชิญหน้ากับความกลัว
    ความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง ดังนั้นหากต้องการเอาชนะความขลาดกลัวก็ต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้ โดยเริ่มแรกอาจให้ผู้ป่วยลองทดสอบกับสถานการณ์เล็ก ๆ ที่คิดว่าเขาน่าจะรับมือไหว เช่น กลัวการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ก็ให้เขาลองออกงานสังคม โดยมีเพื่อนที่มนุษย์สัมพันธ์ดีเลิศเป็นบัดดี้ เปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้วิธีสานสัมพันธ์กับผู้อื่นไปเรื่อย ๆ และในที่สุดเขาก็จะเกิดความเคยชินกับการเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าได้ในที่สุด ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องจำไว้เสมอว่า การเริ่มต้นทุกอย่างไม่เคยง่าย ดังนั้นแรก ๆ อาจจะต้องใช้ความอดทนมากหน่อย และพยายามเริ่มทำความคุ้นชินกับสถานการณ์รอบตัวไปก่อน อย่าเพิ่งกระโดดข้ามขั้นตอนไปงานใหญ่นะ
  • สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
  • เปลี่ยนไลฟ์สไตล์
    งด หรือ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มประเภท ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการวิตกกังวล หัวใจเต้นแรง

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Social_Phobia

 

 

Trypophobia
Trypophobia

Trypophobia – โรคกลัวรู

โรคกลัวรู หรือ ทริโปโฟเบีย (Trypophobia) เป็นภาวะของคนที่มีอาการกระอักกระอ่วน ไม่อยากมองไม่อยากเข้าใกล้วัตถุที่มีลักษณะเป็นรูกลวงโบ๋ หรือมีเม็ดโผล่ออกมาจากรู ซึ่งไม่ใช่แค่ภาพรูในลักษณะผิดธรรมชาติ อย่างเช่น รูที่ปรากฏตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เนื้อผิวหนัง หรือต้นไม้เท่านั้น แต่รวมไปถึงภาพธรรมดาทั่วไปแต่มีรูปรากฏอยู่ ได้แก่ ฟองน้ำ ปะการัง เมล็ดพืช หรือแม้แต่วงกลมตามร่างกายของสัตว์เลยทีเดียว ถ้าหากเห็นแล้วจะรู้สึกเกิดอาการคันยุกยิก ขนลุก หรือรู้สึกขยะแขยง บางคนถึงขั้นตัวสั่น อาเจียน เข่าอ่อน และไม่สบายไปเลยก็มี

Ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Trypophobia

 

 

อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ
อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

Venustraphobia – โรคกลัวผู้หญิงสวย

อาการของกลุ่มคนที่มีอาการกลัวผู้หญิงที่สวย จะรู้สึกคลื่นไส้ ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เหงื่อออกมากผิดปกติ และไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงให้อยู่ในสภาวะปกติได้ พวกเขาจะรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมากที่จะพบปะ พูดคุย หรือสบตากับผู้หญิงสวย

แนวทางการรักษานั้น จะใช้กระบวนการทางจิตวิทยาเข้ามาบำบัด พร้อมทั้งเพิ่มเติมความมั่นใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงสวย

Ref. http://www.phobia-fear-release.com/venustraphobia.html

2 Replies to “โรคกลัว, อาการกลัว หรือ โฟเบีย Phobia”

Leave a Reply