[ช.ชวนฟัง พิเศษ] กับบทเพลงมากมาย ที่คุณรู้หรืออาจไม่รู้ ว่ามาจากปลายปากกา นักร้อง-นักแต่งเพลง นาม ‘ตรัย ภูมิรัตน’

ก่อนอื่นต้องออกตัวแรงๆ เลยว่า เนื้อหาในบทความนี้ ไม่ใช่การเรียบเรียง และเก็บข้อมูลจากผมนะครับ พอดีด้วยความที่ผมรักและชอบในบทเพลงที่เขียน และร้องโดยนักร้องที่ชื่อว่า บอย ตรัย ภูมิรัตน แล้วเห็นกระทู้แนะนำในพันทิป ที่เขียนโดย -นักเลงเพลงสยาม- โผล่ขึ้นมาพอดี เลยคลิกเข้าไปดูโดยพลัน ก็พบว่า โอ้โห พี่หมีของเรานี่ แต่งเพลงได้เยอะมาก และมีอีกหลากหลายบทเพลงที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า เป็นผลงานการแต่งเนื้อร้องโดย บอยตรัย

Trai Bhumiratna
Trai Bhumiratna

เนื่องจากได้มีโอกาสไปก่อกวนในทวิตเตอร์ @SongIsMyRadar ทวีตที่มีไอเดียดี ๆ คือเชิญชวนคนฟัง หลายแนว หลายรูปแบบ มาใช้เนื้อที่ account นี้แชร์เพลงของตน playlist ของตน ให้ Follower อ่านและฟังอีกครั้ง คราวนี้เลือกเรื่องที่ใกล้ ๆ หน่อย เพราะว่าใกล้จะถึงคอนเสิร์ตของ บอย-ตรัย ภูมิรัตน นักร้องนักแต่งเพลง ที่เบื้องหน้า เราอาจรู้จักในฐานะนักร้องนำวง Friday และศิลปินเดี่ยว และอาจพอรู้บ้างว่าอยู่เบื้องหลังเพลงดังของศิลปิน Bakery Music และศิลปินค่ายอื่น ๆ หลายเพลง แถมคนที่รู้ลึกลงไปอีก ก็อาจจะรู้ว่านามแฝงในการเขียนเพลงของเขา ที่เราคุ้นกันคือ Zentrady

ทีนี้คอนเสิร์ต “CaTLive Boy Trai : Concert ค่าน้ำนม ให้ ตรัย เถอะ Robin” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคมนี้ มีจุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ ได้ยินว่าผู้จัดงานนี้เลือกจะเน้นไปที่เพลงที่เจ้าตัวแต่งให้ศิลปินคนอื่นเป็นหลัก ซึ่งถือว่าน่าสนใจ เพราะจำนวนเพลงที่พี่บอยแต่งไว้ ทั้งดังและไม่ดัง ทั้งงานตัวเองและงานคนอื่น ก็สิริรวม 300 กว่าเพลงได้ ซึ่งการหยิบบางส่วนมาร้องใหม่ ก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับการหยิบเอาเพลงที่เจ้าตัวแต่ง มาเล่าให้ฟังก็น่าสนใจพอกันครับ จึงขอยกเพลงบางส่วนจาก 300 กว่าเพลง มาคุยมาแชร์กันครับ

ปล.
– ขอบคุณข้อมูลส่วนใหญ่จากหนังสือ ร้อยเพลงแห่งความโดดเดี่ยว โดยสำนักพิมพ์ a book
– การระบุชื่อเพลงในคลิปต่าง ๆ จะเขียนในรูปแบบ เพลง / ศิลปิน / อัลบั้ม / สังกัด / ปี ค.ศ. ซึ่งอ้างอิงตามหนังสือ
– เนื่องจากมีชื่อบอยซ้ำสองชื่อ (บอย ตรัย / บอย โกสิยพงษ์) เวลาเขียนถึง บอย โกสิยพงษ์ จะใช้คำว่า บอยด์ ตามชื่อภาษาอังกฤษ Boyd เพื่อให้แยกได้ครับ

CaTLive Boy Trai : Concert ค่าน้ำนม ให้ ตรัย เถอะ Robin
CaTLive Boy Trai : Concert ค่าน้ำนม ให้ ตรัย เถอะ Robin

 

การบอกเล่าในกระทู้นี้ ช่วงแรก ๆ จะไล่ตามเวลาเป็นช่วง ๆ ไปนะครับ

ช่วงแรกในงานแต่งเพลงของพี่บอย ตรัย ต้องเริ่มหลังจากวง Friday I’m in Love คัฟเวอร์เพลง นิดนึงพอ เพื่องาน Cover Night ของคลื่น Green Wave และถัดมาเพลงนี้ได้ถูกบันทึกเสียงลงในอัลบั้ม เพลงประกอบละครเทพนิยายนายเสนาะ ช่วงนั้นพี่ดุลย์-อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์ มือกีตาร์ ต้องไปเรียนต่ออังกฤษ เลยพักวงกันไป

Friday I'm in love และ La-On อัลบั้มเทพนิยายนายเสนาะ
Friday I’m in love และ La-On อัลบั้มเทพนิยายนายเสนาะ

ตอนนั้นพี่บอย ก็ยังวนเวียนในค่าย Music Bugs ต้นสังกัดในอัลบั้มแรก พยายามแต่งเพลงให้ศิลปินคนอื่นบ้าง แต่เพลงที่เข้าเป้าจริง ๆ ได้นำไปใช้จริงมีน้อยมาก หนึ่งในนั้นคือเพลงจากอัลบั้มแรกของ Girl นั่นคือเพลง อ้างว้าง และเพลง สบายดีใช่ไหม ซึ่งทั้งสองเพลงก็จัดเป็นเพลงติดหูยาวนานของวง Girl แม้จะไม่ใช่เพลงดังระดับสิบอย่างเพลง เปลือง ก็ตาม

 

ต่อมา ประมาณปี 1999 พี่บอยก็ได้ลองแต่งเพลงส่งเดโมไปที่ออฟฟิศ Bakery Music ตามคำแนะนำชักชวนของพี่เจอรี่-ศศิศ มิลินทวณิช

เจอรี่-ศศิศ มิลินทวณิช
เจอรี่-ศศิศ มิลินทวณิช

– Sound Engineer ให้งานชุด Friday I’m in Love
– Producer ให้อัลบั้ม Vision ของวง Pixyl ในสังกัดเบเกอรี่
– หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย Undertone Records และเจ้าของโปรเจกต์ 2 Days Ago Kids <กล่าวถึงใน คห.9>
– ศิลปินเดี่ยว ออก EP มาหลายชุด และอัลบั้มเต็มที่ชื่อชุด JerryBlueberry
– ปัจจุบัน เป็นสมาชิกวง P.O.P รวมทั้งทำงานร่วมกับ พี่โต้ง P.O.P-มณเฑียร แก้วกำเนิด ในนาม Tong Jerry & Friends

ตอนแรกพี่บอยก็เขินอายไม่กล้าไปส่งเดโม พี่เจอรี่กล่าวประโยคหนึ่งในบทสนทนาครั้งนั้น ที่น่าสนใจและน่าจะเป็นข้อคิดที่ดีสำหรับหลายท่าน เลยขอ quote มา

“อายมิงก็อายแป๊บเดียว ชั่วโมงเดียวก็ลืมแล้ว แต่ถ้าไม่เอาไปเนี่ย มิงจะไม่ได้รู้เลยตลอดชีวิตว่าพี่บอยเขาคิดไง”

พี่บอยเลยรวบรวมความกล้าไปส่งเดโมถึงออฟฟิศเบเกอรี่ ที่สยาม ตอน 10 โมง ไม่เกินบ่ายโมง พี่บอยด์ โกสิยพงษ์ โทรกลับมา ขอให้เข้ามาคุยตอนนี้ พอได้พบกัน พี่บอยด์กล่าวว่า ขอให้แต่งเพลงให้เพลงนึง สี่โมงมีวงที่จะอัดเสียง พี่บอยตรัยก็เลยแต่งเพลงขึ้นตอนนั้น จากเมโลดี้ที่มีในหัวจนเสร็จทันเวลา จึงกลายเป็นเพลงแรก ที่ ตรัย ภูมิรัตน ร่วมงานกับเบเกอรี่มิวสิค

เพลงนั้นมีชื่อว่า ความลับ และศิลปินที่เข้าห้องอัดสี่โมงวันนั้นคือวง H ครับ

หลายคนเข้าใจว่าวง H ชื่อวง Project H แต่จริง ๆ วงนี้ชื่อ H ส่วน Project H เป็นชื่ออัลบั้มแรกของวงครับ

 

หลังจากนั้นพี่บอยด์โก ยังบอกให้พี่บอยแต่งมาอีก 2 เพลง หนึ่งในนั้นคือเพลง ลืมได้ไหม ของ H http://www.youtube.com/watch?v=blLnQSyYmXc เพลงนี้แหละ กลายเป็น first impression ของพี่บอย กับพี่สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และทำให้พี่สมเกียรติชวนไปแต่งเพลงในอัลบั้มของตัวเอง

Mr.Z
Mr.Z

อัลบั้มนั้นของพี่สมเกียรติ ใช้ชื่อชุดว่า Mr.Z Return to Retro และหนึ่งในเพลงดัง และน่าจะเป็นเพลงดังที่สุดของอัลบั้มนั้นก็คือเพลง เผลอ ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงที่พี่บอยแต่งไว้ แถมพ่วงด้วยการร้องท่อน Verse ในเพลงด้วยครับ

พี่บอยมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้ 3 เพลง คือ เผลอ, วันนี้ไม่มีพี่ชาย และอีกเพลง ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบ เพลงนี้พี่บอยร้องเอง แต่งทำนองเอง ส่วนคำร้องเขียนโดยพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ ชื่อเพลง เปิดหัวใจ ครับ http://www.youtube.com/watch?v=BdLfrD3CfjA เพลงนี้เป็นเพลงช้า ๆ หลุดจากเพลงอื่นในอัลบั้มไปเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละครับ ชอบ ฮาๆๆ

 

และหลังจากนั้น พี่บอย ก็ได้เขียนเพลงให้ศิลปินเบเกอรี่และโดโจมากมายครับ แต่เนื่องจากตอนนั้นพี่บอยยังถือว่าอยู่ในสัญญากับค่าย Music Bugs อยู่ แต่ดูท่าต้องแต่งเพลงให้เบเกอรี่อีกหลายเพลง ทำให้ต้องใช้นามปากกา Zentrady ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Zentradi ชื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ยักษ์ในเรื่อง Macross ครับ

Zentradi
Zentradi

ผลงานที่คุ้นหู ก็เช่น อึดอัด ที่แต่งให้ ออย Oil Shocking Pink http://www.youtube.com/watch?v=ODZK9LllE5g อีกเพลงที่พี่บอยแต่งแต่งให้ออย ถ้าจำไม่ผิด จะไม่ใช่เพลงโปรโมท ณ ขณะนั้น เลยอาจไม่คุ้นหู นั่นคือเพลงชื่อ อยากบอกกับเธอว่ารักเธอ ซึ่งต่อมาเพลงนี้กลับมาดังอีกรอบ ตอนพี่บอยหยิบมาร้องเอง มีการแก้ไขคำร้องบางส่วน รวมทั้งชื่อเพลงเป็น จะบอกกับเธอว่ารักเธอ ครับ

พี่บอยได้มีโอกาสร่วมงานกับวง H อีกครั้ง ในอัลบั้มชุดที่ 2 H2Oh! โดยมีส่วนร่วมถึง 5 เพลง โดยเฉพาะเพลงช้า ๆ โดน ๆ อย่าง ฝันร้าย และเพลงเร็วสนุกสนาน ที่ยังติดหูคนฟังมาจนวันนี้ นั่นคือเพลง ต่อให้ใครไม่รัก

ส่วนศิลปินสาวท่านอื่นในโดโจและเบเกอรี่ที่พี่บอย เคยแต่งให้ก็เช่น
Kiss ของ Niece https://www.youtube.com/watch?v=YFf2z5_Eypo
โลกใบใหญ่ ของ นาเดีย http://www.youtube.com/watch?v=3wXaqsw22j4 รวมทั้ง Happy Anniversary และ Galaxy of Love ด้วย

 

ราชินีอาณาจักรแห่งชัยชนะของโดโจ Triumph Kingdom ก็เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่บอย ทั้งในชุด Twice TK และ TK Vision แต่เพลงหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือเพลง เผื่อว่าวันพรุ่งนี้ เพลงนี้ตอนที่อยู่ในงานของ TK อาจไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก แต่เพลงนี้ก็ได้ถูกเลือกจากผู้แต่งอีกครั้ง แล้วนำมาร้องในงานเดี่ยวของตัวเอง อัลบั้ม My Diary Original Soundtrack เท่านั้นยังไม่พอ เพลงนี้ยังเป็นหนึ่งในเพลง ที่พี่บอยเขียนภาคต่อให้เป็นอีกเพลง

โดย เผื่อว่าวันพรุ่งนี้ เล่าเรื่องคนที่ยังเฝ้ารอคนที่เขารักให้กลับมา เลยบอกไปยังอีกคนที่กำลังเข้ามาในชีวิต ว่าอย่าเสียเวลารออีกเลย ทีนี้ภาคต่อก็เป็นมุมของคนที่เข้ามาเนี่ยแหละ เขาก็รับรู้ว่าความรู้สึกของการรอเป็นอย่างไร และเลือกจะรอเหมือนกัน เพราะ “ฉันเข้าใจความขมขื่น จิตใจของคนที่รออย่างนี้”

ใช่ครับ ผมหมายถึงเพลง ต่างคนต่างรอ จากอัลบั้มที่สองของ Friday

ส่วนเพลง ความลับ ที่แต่งให้ H ในตอนแรก ต่อมาวง Pause ก็เอามาร้องเองในอัลบั้ม Mild และพี่บอยยังแต่งเพลง ช่วยบอกได้ไหม ให้ Pause ในอัลบั้ม Rewind 1996-2000 ด้วยอีกเพลง

อีกวงที่พี่บอยช่วยเป็นกำลังหลักในการแต่งเพลงให้ คือวง P.O.P ครับ ในอัลบั้ม P.O.P ที่วางแผงปี 2000 เป็นอัลบั้มเต็มพร้อมเพลงเพราะๆหลายเพลง ซึ่งงานของ P.O.P นั้น ส่วใหญ่ทางวงจะแต่งทำนองมาก่อน แล้วพี่บอยด์โก กับ พี่บอยตรัย จะมาช่วยทางวงในด้านคำร้อง เช่นเพลง เสียงข้างในจิตใจ เพลงนี้ร่วมกันแต่งทั้งพี่บอยด์โก พี่บอยตรัย และวง P.O.P ครับ

ซึ่งวิธีการทำงานนี้ ยังต่อยอดมายังงานของ Save Da Last Piece ที่เป็นงานเดี่ยวของพี่โต้ง P.O.P <จะกล่าวถึงใน คห.20> หรือรวมถึงงานหลาย ๆ งานที่พี่ก้อ P.O.P แต่งทำนอง พี่บอยเขียนคำร้องครับ

 

อีกวงที่มีรูปแบบการทำงานในลักษณะคล้ายกับ P.O.P คือ ทางวงแต่งทำนองแล้วพี่บอยเข้าไปช่วยในเรื่องเนื้อร้อง คือวง Pru ครับ

วง Pru นั้น เท่าที่อ่านและฟังมา พี่น้อยกับพี่สุกี้จะเป็นคนแต่งทำนองเอง ซึ่งทำนองเมโลดี้ของพี่น้อยก็จะถูกแต่งออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วพี่บอยทั้งสองคน ก็จะมาช่วยแต่งเนื้อไทยให้จากทำนองตรงนั้น ซึ่งเพลงฮิตที่พี่บอย ตรัย แต่งให้วงพรู นั่นคือเพลง Romeo & Juliet ครับ

 

ยุคต่อมาของพี่บอย ถ้าเปรียบเป็น Star Wars คงเป็นยุค Return of the Jedi (ฮา) นั่นคือช่วงที่พี่บอยได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง แต่ก่อนจะถึงภาคนั้น ก็ต้องมี The Empire Strike Back มาก่อนเป็นของคู่กันครับ ถ้าใครงงก็เลื่อนไปอ่านต่อได้เลย

ช่วงที่พี่บอย ตรัย อยู่เบเกอรี่มิวสิค ก็ไปลงขันทำค่ายเพลงกับเพื่อน ๆ ประกอบด้วยพี่เจอรี่, พี่ดุลย์, พี่ไก่ Nose Candy-ธนาวัฒน์ ส่งวัฒนา และพี่โป้ Yokee Playboy-ปิยะ ศาสตรวาหา ในนามค่าย Undertone Records ศิลปินในค่ายนี้มีทั้ง Nose Candy, ซับใน, นรเทพ มาแสง ครับ แต่ยอดขายไม่ดี ผู้ก่อตั้งทั้งหลายเลยตัดสินใจเอาแรงและเงินก้อนสุดท้ายทำอัลบั้มทิ้งทวนโดยให้พี่เจอรี่เป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้ ซึ่งอัลบั้มนั้น กลายเป็นหนึ่งอัลบั้มในตำนานของยุค นั่นคืออัลบั้ม Time Machine โดยวง 2 Days Ago Kids นั่นเอง และช่วงนี้เนี่ยแหละ ที่ทำให้พี่บอย ที่หลบไปอยู่หลังฉากตั้งนาน ได้”กลับมา”ร้องเพลงที่หน้าฉากอีกครั้ง

เพลง กลับมา ตอนแรกเป็นเพลงที่พี่บอยเขียนไว้สำหรับงานของ Friday แต่ยังไม่มีจังหวะประจวบเหมาะที่จะทำอัลบั้มใหม่กัน พี่เจอรี่จึงชวนให้เอาเพลงนี้มาใส่ในงานของทูเดย์แทน แล้วก็เป็นไปตามที่เรารู้กัน

 

2 Days Ago Kids เป็น Supergroup ที่ประกอบด้วยหุ้นส่วนค่าย Undertone คือ เจอรี่, บอย, ไก่, ดุลย์, โป้ และเพื่อนพี่น้องทั้งหลาย

  • หนึ่ง-เกรียงไกร วงษ์วานิช สมาชิกวง Friday ที่กลับมาจากสมุย พร้อมทำนองเพลง อยากให้คุณอยู่
  • โตน-จักรธร ขจรไชยกูล และ ไบรอัน-ไบรอันเทพ วัยโทวิช สมาชิกวง Pixyl ที่แยกตัวออกมาทำวง sofa ก็เอาเพลง ฉันไม่รู้จะรักเธอนานเท่าไร มาแจม
  • ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ สมาชิก P.O.P และเป็นรุ่นน้องของพี่เจอรี่
  • มาตร-มาตรชัย มะกรูดทอง ณ ขณะนั้นเป็นมือกลองให้วงของพี่โป้
  • นอ-นรเทพ มาแสง สมาชิก Pause ที่มาออกงานเดี่ยวในสังกัด Undertone
2 Days Ago Kids
2 Days Ago Kids

นอกจาก กลับมา เพลงที่พี่บอยแต่งให้ 2 Days Ago Kids หลายเพลง เช่น อยากให้คุณอยู่ ที่แต่งจากทำนองของพี่หนึ่ง, Time Machine, วันที่ใจซบเซา และ นานแล้ว ซึ่งเป็นอีกเพลงในอัลบั้มนี้ที่ผมชอบครับ เพลงนี้ร้องโดยพี่โตน

2 Days Ago Kids จัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่ชื่อ Last Show on Their Playground “ไม่ว่าเธอจะนั่งไทม์แมชชีน กลับมา กี่ร้อยครั้ง ฉันก็ไม่รู้ว่าจะรักเธอได้มากกว่านี้หรือเปล่า?” ขึ้น ซึ่งถือเป็นงานสั่งลาปิดอัลบั้ม Time Machine ไปในตัว

จากคำบอกเล่า งานนั้นเป็นการเปิดตัววงใหม่ของ ก้อและมาตร สองสมาชิกของทูเดย์ในวงกว้าง นั่นก็คือวง Groove Riders ที่พี่ก้อเป็นหัวหน้าวง ซึ่งต่อมาพี่บอยตรัย ก็ได้ร่วมงานกับวงนี้ ในเพลงเจ็บช้ำระกำทรวงประจำอัลบั้ม Discovery นั่นคือเพลง รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป

เพลงนี้พี่บอยแต่ง โดยสมมติบรรยากาศในร้านอาหาร และเล่าให้เห็นภาพชัดเจน และมีนักร้อง-นักแต่งเพลงอีกคนนึง แอบร้องคอรัสอยู่ในเพลงด้วย นั่นคือพี่โตน sofa ครับ พี่เขาก็เป็นหนึ่งในทีมแต่งเพลงเบเกอรี่ยุคนั้นเช่นกัน

 

เวลา Groove Riders เล่นสด มักจะเอาเพลง รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป เล่นต่อกับเพลง รักไม่ได้ ที่พี่บอยแต่งเช่นกัน และแน่นอนครับ ใครเศร้า ๆ อยู่ อาจถึงตายคาคอนเสิร์ตได้ อีกเพลงที่เศร้าโศกโลกไม่ลืม ที่พี่บอยแต่งให้ Groove Riders ถูกบรรจุในอัลบั้ม Discovery II เปลี่ยนปกเพิ่มเพลง ชื่อเพลง ก่อนที่มันจะสาย ครับ

แต่พี่บอยก็ไม่ได้แต่งแต่เพลงเศร้า ๆ ให้ Groove Riders เท่านั้น ยังแต่งเพลงสนุก ๆ เนื้อหาเจ้าชู้ มีเซกซี่เล็ก ๆ นั่นคือเพลง She’s hot ในอัลบั้ม The Lift ครับ

 

ต่อมาวง Friday ได้ทำอัลบั้มชุดใหม่ Magic Moment ในสังกัดใหม่ Playground Music ซึ่งอัลบั้มนั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จต่อเนื่องกัน แต่งานแต่งเพลงเบื้องหลังนั้น พี่บอยก็ยังไม่ทิ้ง และยังรับงานกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

พี่บอยได้มีโอกาสกลับไปร่วมงานกับศิลปิน Music Bugs อีกครั้ง วงแรกคือ Big Ass ซึ่งขณะนั้น กำลังทำอัลบั้มชุด My World กันอยู่ เพลงที่พี่บอยแต่งคำร้องให้ Big Ass คือเพลง คำเดียว การตีความเพลงนี้ค่อนข้างน่ารัก ว่าถ้าวงร็อกจิ๊กโก๋แบบ Big Ass จะเขินอายบ้างเนี่ย จะออกมาเป็นอย่างไร เลยได้เป็นเพลงนี้ออกมา

อีกวงในค่ายที่ได้ร่วมงาน เป็นอัลบั้มแรกวงรุ่นน้องที่พี่อ๊อฟ Big Ass-พูนศักดิ์ จตุระบุล รับหน้าที่ Producer ให้ นั่นคือวง Bodyslam ซึ่งพี่บอยได้มีส่วนร่วมถึง 2 เพลง คือเพลง เผื่อไว้ และอีกเพลงที่พี่บอย ช่วยเขียนคำร้องให้ แถมช่วยร้องให้ตอนท้ายเพลง และกลายเป็นเพลงจังหวะกลาง ๆ ที่ดังและติดหูคนฟังเพลงหนึ่ง นั่นคือเพลง ย้ำ ครับ

 

เพลงดังนอกค่ายในช่วงนั้นที่พี่บอยมีส่วนเกี่ยวข้องก็เช่น แต่งทำนองเพลง เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า แทร็คฮิตจากอัลบั้มเต็มของ กบ เสาวนิตย์ นวพันธ์ ส่วนคำร้องเขียนโดย หนึ่ง-ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์
เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ของกบ เสาวนิตย์ ถูกนำมา Cover โดย เป๊กออฟไอซ์ และเป็นคนละเพลงกันกับ เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ของ Mild นะจ๊ะ (ฮา)

และอีกเพลงดังในยุคนั้น ที่พี่บอยแต่งคือเพลง ปล่อย ของวง Kidnappers ครับ เพลงนี้พี่เมย์ Kidnappers เป็นคนแต่งทำนอง พี่บอยเขียนคำร้อง

 

ย้อนกลับมาที่ศิลปินเบเกอรี่บ้าง พี่บอยแต่งเพลง เพราะฉันใช่ไหม ให้ Crescendo ซึ่งเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Live in Studio EP ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ทางวงทำกันเอง ตั้งแต่ยังไม่เข้าเบเกอรี่กันเลย ซึ่งต่อมาหลัง Crescendo ได้ออกอัลบั้มเต็มชุดแรก ที่มีเพลง ความจริงในใจ ทางผู้จัดจำหน่ายรายหนึ่ง ก็ได้มีการนำอัลบั้ม Live in Studio EP มาขายใหม่อีกครั้ง ซึ่งยอดขายก็ดีพอกัน และเพลงนี้ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น

พี่บอยกับ Crescendo ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ก็ตอนชุด Four Days พี่บอยได้แต่งเพลง ถ้ายังรัก ครับ

อีกเพลงแต่งให้พี่โป้ Yokee Playboy รุ่นน้องพี่บอยตรัย ที่สถาปัตย์ ม.รังสิต ที่ต่อมาได้ร่วมงานกันในค่ายอันเดอร์โทนและทูเดย์ แต่กว่าจะมีเพลงที่พี่บอยเขียนให้พี่โป้ ก็ปาไปชุดที่สาม Love Trend ในปี 2002 ส่วนหนึ่งก็เพราะงานของ Yokee Playboy ส่วนใหญ่ ก็เป็นการแต่งเพลงของพี่โป้ทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งเพลงที่พี่บอยแต่งให้พี่โป้คือเพลง อีกแล้ว

 

ค่าย Playground Music ที่จัดจำหน่ายอัลบั้ม Friday ชุด Magic Moment นั้น จริง ๆ ก็เป็นค่ายที่ทำกันเองสี่คน เจอรี่/บอย/ดุลย์/โป้ นอกจากงานของ Friday ค่ายนี้ก็ทำอัลบั้มออกมาอีกชุดนึงชื่อ Singing in the Playground เป็นงานรวมเพลง รวมศิลปินของทางค่าย ที่หลายคนน่าจะคุ้นกันกับเพลง ไม่มีความหมาย ที่พี่โป้แต่ง และพี่วิน ศิริวงศ์ ซึ่งต่อมาเราคงคุ้นชื่อและเสียงเขาในนาม วิน Sqweez Animal เป็นผู้ขับร้อง แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นวงเดียวกันกับวง Playground เจ้าของเพลง ปล่อยวาง เพราะออกมาไล่เลี่ยกัน (ฮา)

ในชุดนี้พี่บอยร่วมแต่งไว้หลายเพลง ซึ่งมีทั้งเพลงที่นำงานของทูเดย์ที่แต่งไว้ช่วงคอนเสิร์ตใหญ่ ทั้งเพลง รักกันเถอะ, ไม่อยากจะกลับไปจริง ๆ และมีงานที่แต่งใหม่ด้วย ซึ่งส่วนตัวชอบเพลง เริ่มใหม่ได้ไหม ที่สุดครับ

 

ปี 2004-2006

My Diary Original Soundtrack
My Diary Original Soundtrack

เป็นช่วงที่หลายคนรู้จักชื่อ ตรัย ภูมิรัตน และตัวตนในฐานะ Singer-Songwriter มากขึ้น เพราะปีนั้นมีงานเดี่ยวของตัวเองชื่อชุด my diary original soundtrack (2004) และชุด บุคคลที่ 3 (2006) รวมทั้งอัลบั้มรวมเพลงที่ตนเองแต่งไว้ ในชื่อชุด Inside Zentrady ผนวกกับปีนั้นเป็นปีที่เบเกอรี่มิวสิคมีงานลดลง เพราะสามผู้บริหารลาออกจากตำแหน่ง และทีมงานนักดนตรีบางส่วนทำค่ายใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น LOVEiS, Spicydisc เราจึงพบเห็นงานแต่งของพี่บอย กับค่ายอื่นมากขึ้นเช่นกัน

ใกล้ตัวหน่อย ก็ค่าย No More Belts ของพี่หนึ่ง Friday พี่บอยได้มีส่วนร่วมในงานแต่งเพลงหลายวงหลายอัลบั้ม เช่น

  • เพียงเธอตอบฉัน ของ Morningsurfers วงดนตรีที่มาก่อนกาลอีกวงหนึ่งของวงการเพลงไทย http://www.youtube.com/watch?v=Dpx9avNaNLA
  • สัญญา ของ Sleeper 1 เพลงจากอัลบั้ม Difference งานเดี่ยวอัลบั้มเต็มชุดที่สองของพี่หนึ่ง ที่ทำออกมาในรูปแบบคอนเซปต์อัลบั้ม เพลงประกอบหนังสือ http://www.youtube.com/watch?v=0bEIa-CPw3k
  • จะมีไหม งานจากอัลบั้มเต็มของวง Moon ซึ่ง อั๋น นักร้องนำ ก็คือคนเดียวกับที่ร้องเพลง สัญญา ของ Sleeper 1 นั่นเอง http://www.youtube.com/watch?v=LA8hX_AHrwg
  • คนแปลกหน้า : Portrait เพลงนี้พี่บอยแต่งจากนามแฝง คนแปลกหน้า ของพี่ปอย Portrait-ตวัน ชวลิตธำรง ในไดอารี่ออนไลน์

และมีโอกาสร่วมงานกับศิลปินดัง ๆ ระดับตำนานหลายท่าน

  • แต่งเพลง เพลงรักในสายลม และ เสียงในใจ ให้ ทาทา ยัง ในอัลบั้ม Dangerous TATA ปี 2005
  • แต่งเพลง มีใจ ให้ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ในอัลบั้ม Alive ปี 2005
  • แต่งทำนองเพลง หนังสือรุ่น ให้พี่ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ เขียนคำร้อง ในชุดเลี่ยมทอง ปี 2005
  • แต่งเพลง ยังรัก ช่องว่าง และ รักเอย ในอัลบั้ม Destiny ของเบิร์ดกะฮาร์ท ปั 2006

มีเพลงหนึ่งในอัลบั้ม บุคคลที่ 3 ของพี่บอย ชื่อเพลง ไม่มีเหตุผล ตอนแรกเพลงนี้พี่บอยแต่งให้พี่กอล์ฟ-เบญจพล เชยอรุณ ที่กำลังทำโปรเจกต์ Be My Guest ชุดแรก แต่ต่อมาพี่บอยได้ขอเพลงนี้คืน เพราะว่าในงานชุด บุคคลที่ 3 ยังขาดเพลงน่ารัก ๆ ที่จะเติมเต็มอัลบั้มนี้ หลังจากนั้นพี่บอยจึงได้แต่งเพลงใหม่ส่งกลับไปให้พี่กอล์ฟ นั่นคือเพลง รักมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งเพลงเพราะในอัลบั้มนั้นครับ

 

อีกโปรเจกต์ในช่วงนั้น ที่พี่บอยได้เข้ามามีส่วนร่วมเต็มตัว คือเขียนคำร้องทั้งหมดโปรเจกต์งานเดี่ยวของพี่โต้ง P.O.P-มณเฑียร แก้วกำเนิด ที่พี่โต้งใช้ชื่อนามแฝงในงานนี้ว่า Save Da Last Piece

งานของ Save Da Last Piece นั้น พี่โต้งแต่งทำนอง เรียบเรียงเอง ร้องเองบางเพลง มีแขกรับเชิญบ้าง ส่วนพี่บอย รับหน้าที่เขียนคำร้องทั้งหมด ตอนแรกอัลบั้มนี้ออกมาในรูปแบบ EP 3 เพลง ความน่ารักอย่างแรกคือทุกเพลงมีพยางค์เดียวหมด อย่า, ขอ, รอ อีกอย่างที่น่ารักคือแพกเกจของอัลบั้มนี้ ที่มองแค่ภายนอก นึกว่าเป็นสี่เหลี่ยมธรรมดา แต่พอคลี่ออกมา มันสามารถเปลี่ยนเป็นเค้กแบ่งเสี้ยวได้

ต่อมา งาน Save Da Last Piece ได้ขยายออกเป็นอัลบั้มเต็มที่ใช้ชื่อว่า Appetizer โดยทุกเพลงก็ยังคงมีพยางค์เดียวเหมือนเดิม และพี่บอยรับหน้าที่เขียนคำร้องเหมือนเดิม ยกเว้นเพลง หลอก ที่พี่โอ๋-ธีร์ ไชยเดช ผู้ให้เสียงร้องภาษาอังกฤษในเพลง แต่งคำร้องภาษาอังกฤษ และเพลง กลับ ที่พี่ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า ช่วยแต่งท่อนแร็พ

กลับ จัดว่าเป็นเพลงสุดยอดสุดฮิตของ Save Da Last Piece ติดอันดับสูงสุดชาร์ต Fat Radio นานมาก และเป็นเพลงอันดับ 1 แห่งปี (Fat100) ของปี 2006

 

อีกค่ายที่เปิดตัวในช่วงนั้นคือ LOVEiS ค่ายที่พี่บอย โกสิยพงษ์ กับพี่สุกี้ กมล สุโกสล เริ่มตั้งต้นทำค่ายเพลงกันใหม่ ซึ่งมีอัลบั้มเปิดตัวชื่อ Love Is Vol.1 เป็นอัลบั้มรวมศิลปินทั้งหน้าเก่าใหม่ ไม่จำกัดค่าย โดยพี่บอยได้ไปร่วมแจมงานนี้ ทั้งเพลงของตัวเองคือเพลง บอกฉัน http://www.youtube.com/watch?v=Gaq4mqQhRic และช่วยแต่งให้เพื่อนรักอย่าง Sleeper 1 ในเพลง ขอกอด

ถึงตอนนั้นจะมี spicydisc และ LOVEiS แล้ว แต่เบเกอรี่ก็ยังมีงานเพลงอยู่บ้าง และพี่บอยก็ยังมีส่วนร่วมอยู่ เช่น อัลบั้มเต็มของ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร Living in C major, อัลบั้มรวมฮิตของพี่สมเกียรติ ที่มีเพลงใหม่เพลงหนึ่งที่พี่บอยแต่งให้ ชื่อเพลง เพราะอะไรนะ ที่ได้ เจิน-วรัญญา เจริญพรสิริสุข (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ) นักแสดงช่อง 3 มาให้เสียงร้อง

และอีกงาน คืองานเดี่ยวของพี่นภ พรชำนิ ที่ใช้ชื่อว่า A Man of Smile ออกมาสองอัลบั้มเป็น Part A-B โดยพี่บอยร่วมแต่งเพลงในอัลบั้มนี้ถึง 4 เพลง เพลงนึงคือเพลงธีมของอัลบั้ม นั่นคือ A Man of Smile และอีกเพลง เป็นเพลงจังหวะกลาง ๆ น่ารักน่าหยิก ทั้งตัวเนื้อหาและเมโลดี้ เป็นเพลงที่แปลกอย่างหนึ่ง คือถ้าลองร้องตามแบบถูกโน้ตถูกคีย์ จะพบว่าตัวเองมีรอยยิ้มตลอดการร้อง เอ้อ แปลก แต่ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ

 

ช่วงต่อมา Friday เริ่มทำอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 Song For Tomorrow และพอผ่านชุดนั้น ทางวงก็ยังทำ EP เรื่อย ๆ ปี-2 ปี ต่อชุด เราจึงเห็นงานหลักของพี่บอยในการแต่งให้ Friday ซะเยอะ รวมทั้งมีงานที่ทำพิเศษเฉพาะกิจกับพี่บอย โกสิยพงษ์ และแสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ในนาม 3AM อีก แต่งานแต่งเพลงให้คนอื่นยังมีอยู่เรื่อย ๆ และมีอีกงานหนึ่งที่เริ่มพบเห็น ก็คือการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ ละคร และ โฆษณา

ถ้าเอาจริง ๆ พี่บอยเคยร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 2003 คือเพลง หลับ ที่ประกอบภาพยนตร์ บุปผาราตรี ซึ่งเป็นงานที่ร่วมกันทำระหว่างพี่บอย, พี่โต้ง P.O.P และ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ แต่ที่ตัวเพลงเด่นชัดสุด ๆ และกลายเป็นเพลงยอดฮิตอีกเพลงของพี่บอย คงไม่พ้นเพลง ผูกพัน เมื่อปี 2006 แต่หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อน ว่าเพลงนี้ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง


(ส่วนตัว: ชอบเพลงนี้มาก)

ผูกพัน เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ยังไงก็รัก ที่นำแสดงโดย ไก่ สมพล และ กิ๊ก สุวัจนี ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็ได้ร้องเพลงในอัลบั้มนี้ที่พี่บอยก็แต่งเหมือนกัน ชื่อเพลง ยังไงก็รัก ตามชื่อหนัง

และที่หลายคนไม่รู้เช่นกัน คือเพลง โอ๊ย โอ๊ย เวอร์ชั่นที่เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ ร้องไว้นั้น ดั้งเดิมประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ และอยู่ในอัลบั้มเดียวกันกับเพลง ผูกพัน เนี่ยแหละครับ แต่หลายคนมารู้จักตอนเพลงนี้ดังในละครที่อั้ม พัชราภา เล่นคู่กับ เป้ อารักษ์ ซะงั้น

เพลงอื่น ๆ ที่พี่บอยแต่งให้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ก็เช่น

  • อย่าเข้ามา เพลงประกอบภาพยนตร์ Memory รักหลอน ที่ ใหม่ เจริญปุระ นางเอกของเรื่องเป็นผู้ร้อง
  • I MISS U : ได้แค่คิดถึง ประกอบหนัง ถ้ารักฉันอย่าคิดถึงฉัน ที่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ แสดงนำ
  • The Melody และเพลง ความรักไม่มีวันสุดท้าย ประกอบภาพยนตร์ The Melody ที่แดน วรเวช นำแสดง
  • จะได้เจออีกไหม ประกอบหนัง Friendship เธอกับฉัน เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ตัวเพลงดังเกินหน้าเกินตาตัวหนังครับ ส่วนหนึ่งเพราะเพลงนี้ดัง อีกส่วนเพราะหนังมัน…. (ฮาๆๆ)

ทางหน้าจอทีวี พี่บอยก็แต่งเพลงประกอบรายการ เข็มทิศชีวิต เพลงประกอบโฆษณา AIS โอวัลติน ดัชมิลล์ บริดจ์สโตน กาแฟคอฟฟิโอ กระทิงแดง ส่วนด้านละคร พี่บอยแต่งเพลงประกอบละคร The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ คือเพลง พลังที่ซ่อนอยู่ และเพลง ฉันรู้ว่ายังมีเธอ ที่นักแสดงในเรื่องเป็นคนร้อง เพลงประกอบซีรีส์ X Hunter ที่ร่วมกันแต่งกับพี่บุรินทร์ ร้องโดยพี่ใหญ่ Monotone

และเพลงที่ส่วนตัวเซอร์ไพรส์สุด คือ ประกอบละครซิทคอม มหาชนชาวแฟลต ที่ร้องโดย Zeal แต่งทำนองโดยเป๊ก นักร้องนำ และพี่บอยเขียนคำร้องให้ครับ

ส่วนเพลงที่แต่งในงานอัลบั้ม หรือซิงเกิ้ลของศิลปินคนอื่น ในช่วงหลัง ๆ ที่ดัง ๆ หรือคุ้นหู ก็เช่น

  • ยังสนุก ของบี พีระพัฒน์
  • นอนน้อย ของ แชมป์ ศุภวัฒน์
  • เกือบ ของ บุรินทร์
  • อะไร ของ ละอองฟอง
  • เก็บไว้ให้เธอ ของ Scrubb

ทางฟากแกรมมี่ ก็มีเพลงที่พี่บอยไปแต่งให้เช่นกัน เช่น คนโง่ที่รักเธอ งานจากอัลบั้มล่าสุดของ ออฟ ปองศักดิ์ และเพลงจากอัลบั้มล่าสุดของปาล์มมี่ ที่หลายคนน่าจะติดหูที่ตัวเพลง และติดตากับตัว MV นั่นคือเพลง นาฬิกาเรือนเก่า

อีกเพลงที่ร่วมงานกับปาล์มมี่คือเพลง Shy Boy ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายเพลงที่ร่วมงานกับพี่ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ โดยพี่ก้อจะแต่งทำนอง ส่วนพี่บอยเขียนคำร้อง ซึ่งทำมาหลายเพลงมากตั้งแต่ตอนเป็น P.O.P งานเดี่ยวของพี่ก้อเอง และงานที่แต่งให้คนอื่น จนทำให้สองคนนี้ตัดสินใจทำอัลบั้มร่วมกันในนาม THE BOY KOR ที่จะเอางานที่พวกเขาเคยร่วมกันแต่งให้คนอื่น มาทำใหม่ ร้องหรือหานักร้องใหม่ รวมกับเพลงที่ทั้งคู่แต่งขึ้นใหม่ กำหนดการวางแผงน่าจะภายในปีนี้

THE BOY KOR
THE BOY KOR

อีกเพลงดัง ๆ ที่เป็นงานแบบ บอย-ก้อ และได้ยินมาว่าน่าจะอยู่ในอัลบั้ม THE BOY KOR คือเพลงที่พี่บุรินทร์ร้องไว้ในอัลบั้ม Gran Turismo และประกอบภาพยนตร์ อินทรีแดง คือเพลง ศัตรูที่รัก

 

ส่วนงานใหม่ล่าสุดจริง ๆ ที่พี่บอยได้เขียนก็เช่น
ฝันรึเปล่า ของ Armchair
ได้ยินความรักบ้างไหม ของ P.O.P
Happy Ending ของ The Begins
โลกที่มีเธอ ของ โต๋

เก็บคำว่ารัก ของ จีน กษิดิศ
เพลงนี้จริง ๆ พี่บอยแต่งร่วมกับพี่บี Funky Wah Wah ไว้นานประมาณ 5 ปีแล้ว แต่เพลงนี้ก็ถูกทิ้งไว้ที่ Smallroom นานหลายปีมาก เหมือนกับยังไม่พร้อมที่จะนำไปทำเป็นเพลง ตรงกับเนื้อเพลงที่กล่าวว่า “เราเจอกันเมื่อเราไม่พร้อม” “เก็บคำว่ารักไว้ก่อน เก็บรักไว้สักพัก”

ยิ่งนานยิ่งผูกพัน ของพี่บุรินทร์
เพลง ยิ่งนานยิ่งผูกพัน เป็นเพลงที่พี่บุรินทร์อยากได้ในโอกาสครบ 20 ปี ที่เจอและคบกับภรรยาครับ เพลงนี้ทำเป็นแผ่นพิเศษจำนวนจำกัด แต่ยังไม่หมดนะ ยังหาซื้อได้อยู่ ความน่ารัก น่าสนใจอีกอย่าง คือตอนแรกดนตรีก็ทำแบบที่ผมแปะไว้ข้างล่างเนี่ยแหละ แต่วันที่จะส่งวิทยุ พี่บุรินทร์กลับรื้อโครงทำใหม่หมด เป็น piano version ไปเลยก่อนหน้านั้น 1 วันเท่านั้น แต่สุดท้ายทั้งสองเวอร์ชั่นก็ยังมีอยู่

หมดแล้วครับ สำหรับบางส่วน (ซึ่งก็ถือว่าเยอะ) ของเพลงจากปลายปากกาของพี่บอย ตรัย ภูมิรัตน ไม่รู้ว่าจะได้ไปฟังจริง ๆ ในคอนเสิร์ตกี่เพลง แต่ถือซะว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยสำหรับคนที่มีบัตรคอนเสิร์ตพี่เขาละกันครับ ส่วนใครที่ชอบเพลงพี่บอยอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่ามีคอนเสิร์ตและเพิ่งรู้จากกระทู้นี้ ก็ลองไปหาซื้อบัตรดูครับ ยังมีบัตรรอบบ่ายเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง รวมทั้งคนที่เพิ่งสนใจ หรือเพิ่งรู้ว่าผลงานของพี่บอย ตรัย เยอะขนาดนี้ แล้วอยากไปดูคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมาก็เช่นกัน

อนึ่ง การที่ผมตั้งกระทู้นี้ ไม่มีส่วนได้กับคอนเสิร์ตนี้นะครับ มีแต่ส่วนเสีย เพราะซื้อบัตรไปเรียบร้อยแล้ว บัตรแพงสุดด้วยครับ ไม่ใช่ม้าแน่นอน ฮาๆ

ปิดท้ายด้วยเพลงที่ดั้งเดิมใช้ประกอบหนังสือ ร้อยเพลงแห่งความโดดเดี่ยว ฉบับพิมพ์ใหม่ ก่อนจะถูกใช้เป็นธีมของคอนเสิร์ตนี้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบถึงบรรทัดนี้ สวัสดีครับ

 

Credit & All information

ย้ำกันอีกรอบว่า เนื้อหาทั้งหมดในโพสนี้ ไม่ได้เขียนเองนะครับ คัดลอกโดยยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบทความ คุณ “-นักเลงเพลงสยาม-” แต่ด้วยความที่ชื่นชอบและรักในผลงานเพลงของคุณบอย ตรัย ภูมิรัตน เป็นอย่างมาก จึงอยากจะขอแบ่งปันเนื้อหาเหล่านี้ เก็บเอาไว้เป็นแหล่งอ้างอิง ให้ติดตามผลงานต่างๆ ของบอยตรัย ได้ง่ายมากขึ้น

อ้อ ตามไปดูต้นฉบับกระทู้ในพันทิปได้นะที่นี่ http://pantip.com/topic/32076288

ปล. ถ้าคุณ “-นักเลงเพลงสยาม-” เข้ามาเห็นบทความนี้ ผมอยากจะขอขอบคุณจริงๆ ครับที่แบ่งปันเรื่องราว เนื้อหา และรวบรวมผลงานของศิลปินคนนี้เอาไว้

Leave a Reply