คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด

คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด
คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด

เมื่อวานไปรอแฟนที่ร้านหมอฟัน แถวๆ ปิยรมย์ สุขุมวิท ระหว่างนั่งรอ ก็หยิบหนังสือมาอ่าน เลือกหนังสือชื่อประมาณว่า “ธรรมะจากหลวงปู่ดูลย์ อตุโล” เป็นข้อธรรมะที่หลวงปู่ดูลย์ได้เคยพูดสั่งสอนลูกศิษย์ ในหลายๆครั้ง เปิดพลิกหน้าไปมา ก็เจอหน้าหนึ่ง แล้วก็ข้อความปิดท้ายว่า

คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์ เพราะความคิด

เป็นเรื่องจริงนะ คนเรา มีความทุกข์เพราะความคิด คิดเยอะ คิดมาก ก็ฟุ้งซ่าน พอประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่พอใจ ก็เป็นทุกข์ พอไม่ได้อะไรอย่างใจ ก็เป็นทุกข์ พอมีผัสสะผ่านเข้ามา ไปขุดคุ้ยอาสวะในสัญญา ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ เกิดเวทนา (ความรู้สึก) เกิดภพ เกิดชาติ เกิดวิญญาณ ชรา มรณะ สุดท้ายก็เป็นทุกข์ ตกอยู่ภายใต้อวิชชาทั้งหลาย

มันก็เป็นหนึ่งใน หลักปฏิบัติของปฏิจจสมุปปบาท

ทั้งหลายทั้งปวง มันก็เกิดจากความคิดของเรานั่นล่ะ … ความจริงแล้ว เราคิดได้นะ แต่ให้เอาปัญญาไปดู ไม่ต้องไปกำกับอะไรมันทั้งนั้น ดูให้รู้ ว่าจิตคิดอะไรอยู่ จิตกำลังคิดอะไร เกิดอะไรขึ้นมาจากความคิดนั้น พอมันตั้งอยู่ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วมันดับไปด้วยอะไร

เหมือนที่ท่านพุทธทาส สั่งสอนหลักธรรมเรื่อง “จิตว่าง” อยู่เรื่อยๆ ความคิดเกิดขึ้นได้ แต่ปล่อยให้มันคิดไปเถอะ

ตามรอยพระถังซัมจั๋ง และการไขปริศนาธรรมในไซอิ๋ว ตอน 1

The Journey to the West
The Journey to the West
The Journey to the West

เชื่อว่า หนึ่งในวรรณกรรมจีน ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้นจะต้องมีวรรณกรรมจีนเรื่อง “ไซอิ๋ว” อย่างแน่นอน ทั้งตัวละคร พระถังซัมจั๋ง หงอคง(ไซอิ๋ว, เห้งเจีย) ซัวเจ๋ง และตือโป๊ยก่าย ที่เดินทางดั้นด้นจากประเทศจีน เพื่อไปอัญเชิญพระคัมภีร์พระไตรปิฎกจากชมพูทวีป มาเผยแพร่ โดยฝ่าฟันอุปสรรคนานับประการ ทั้งภายใน และภายนอก จนกระทั่งอัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมายังประเทศจีนได้สำเร็จ

แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า วรรณกรรมจีนเรื่อง “ไซอิ๋ว” หรือ The Journey To The West ที่แต่งขึ้นโดย “อู๋เฉิงเอิน (Wu Cheng’en) 吳承恩” ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1590 (พ.ศ.2133) นั้นอ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์พงศาวดารจีน โดยพระถังซัมจั๋ง นั้นเป็นตัวละครที่มีต้นแบบมาจาก พระภิกษุสมณะที่ชื่อว่า “พระเสวียนจั้ง (玄奘)” ที่มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ ค.ศ.602-664 สมัยพระเจ้าถังไท่จงฮ่องเต้องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ถัง

Continue reading “ตามรอยพระถังซัมจั๋ง และการไขปริศนาธรรมในไซอิ๋ว ตอน 1”

อิทัปปัจจยตา กฎแห่งจักรวาล เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงเกิด

อิทัปปัจจยตา
อิทัปปัจจยตา

หลังจากที่เคยศึกษาเรื่อง ปฏิจจสมุปปบาท ไปแล้ว ว่ามีเหตุ มีปัจจัย วนเวียนเป็นวัฏฏะทั้ง 12 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ “อวิชชา > สังขาร > วิญญาณ > นามรูป > สฬายตนะ > ผัสสะ > เวทนา > ตัณหา > อุปาทาน > ภพ > ชาติ > ทุกข์” แต่ในส่วนของปฏิจจสมุปปบาทนั้น เป็นการศึกษาเจาะลึกลงไปภายในจิตใจของตัวเราเอง ซึ่งห้วงเวลาการเกิด-ตั้งอยู่-ดับไป นั้นรวดเร็วมาก เร็วจนเราเองอาจไม่ทันรู้ตัวว่า มันผ่านกระบวนการอะไรมาบ้างก่อนเราจะแสดงพฤติกรรมใดๆ ออกมาหรือ แสดงการกระทำใดๆออกมา

ทีนี้ ในส่วนของ “อิทัปปัจจยตา” ก็จะเป็นการศึกษาในขนาดที่ใหญ่ขึ้น ในหลักแห่งเหตุ และผล ว่าทุกๆ สิ่งนั้น ล้วนมีเหตุ มีปัจจัย เพราะมีสิ่งเหล่านี้ จึงทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ หรืออาจจะกล่าวอีกนัยนึงได้ว่า ปฏิจจสมุปปบาท นั้นเป็นเซ็ตย่อยของ อิทัปปัจจยตา โดยกฎอิทัปปัจจยตา ก็คือ กฎสูงสุดของธรรมชาติ ที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ไม่มีอะไรที่จะอยู่นอกเหนือกฎนี้ไปได้ ซึ่งกฎอิทัปปัจจยตานี้จะเป็นกฎของความจริงของธรรมชาติที่เราทุกคนสามารถรับรู้ได้หรือเข้าใจได้ เพราะมันก็เป็นความจริงพื้นฐานง่ายๆที่เราสามารถพบเห็นกันได้จนเป็นของธรรมดาอยู่แล้ว และเป็นกฎที่ทางวิทยาศาสตร์ใช้ในการค้นหาความจริงของธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งกฎนี้เมื่อพูดออกมาใครๆก็ยอมรับและไม่มีใครกล้าปฏิเสธ นอกจากคนที่โง่มากๆเท่านั้น โดยกฎนี้จะมีเนื้อหาโดยละเอียดว่า

เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป

Continue reading “อิทัปปัจจยตา กฎแห่งจักรวาล เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงเกิด”

วิธีคิดแบบวิภัชชวาท คือ การคิดวิเคราะห์ แยกแยะประเด็น

vibhajyavada, วิภัชชวาท

ก่อนหน้านี้ ผมได้ฟังรายการบนสถานีวิทยุ 96.5 MHz รายการ “คุยได้ คุยดี กับ วีระ ธีรภัทร” ซึ่งจัดโดย อ.วีระ ธีรภัทร แล้วมีคนโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยว่า

คนโทรเข้ารายการ: ผมอยากรู้ครับ ว่าอาจารย์มีกระบวนการทางความคิดยังไง ถึงได้ออกมาเป็นแบบปัจจุบันนี้
อ.วีระ : กระบวนการทางความคิดของผมมัน กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์หลายๆ ส่วน โดยมีวิธีคิดที่เรียกว่า “วิธีคิดแบบวิภัชชวาท”

ปล. บทสนทนาจริงๆ น่าจะไม่ใช่รูปประโยคด้านบน แต่เนื้อหาเป็นลักษณะนี้ ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่า “วิภัชชวาท” นี่มันคืออะไร แล้วทำอย่างไรถึงจะเรียกได้ว่า คิดแบบวิภัชชวาท ก็เลยเป็นปัจจัยที่ทำให้ผมต้องลองหาข้อมูลดูครับ

Continue reading “วิธีคิดแบบวิภัชชวาท คือ การคิดวิเคราะห์ แยกแยะประเด็น”

หลักกาลามสูตร 10 ประการ

ทุกวันนี้ สถานการณ์บ้านเมือง หรือสังคมของเรานั้น ประกอบไปด้วยข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆ มากมาย และแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่หลายส่วน เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นมาก็ตาม แต่ละฝ่ายก็มักจะหาเหตุผล ข้อมูล ตรรกะต่างๆ มาสนับสนุนข้อคิดเห็นของตนเองแทบจะทั้งสิ้น ดังนั้นแล้ว เราในฐานะกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลาง อยากรู้ข้อเท็จจริงของสิ่งนั้นๆ จะทำอย่างไร จะเชื่อในข้อมูลจากด้านไหน จะหาความจริงได้จากไหนกัน คำถามนี้ ยากที่จะตอบได้ในทันทีนะครับ แต่ผมมีหลักปฏิบััติหนึ่ง ที่จะทำให้เรา คิด วิเคราะห์ ทบทวน ประมวล ข้อมูลต่างๆ ก่อนจะสรุป และเชื่อในสิ่งนั้นๆ หลักที่ว่านั้นก็คือ หลักกาลามสูตร ครับ

Continue reading “หลักกาลามสูตร 10 ประการ”

นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว (Nam Myōhō Renge Kyō)

นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว

คำว่า “นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-เคียว” (Nam Myōhō Renge Kyō) เป็นคำอ่านในภาษาญี่ปุ่น (南無妙法蓮華經) สำหรับการอ่านคำภาษาสันสกฤต (सद्धर्मपुण्डरीकसूत्र) คำว่า “นะมัส” หรือ “นะโม” ส่วนคำว่า “เมียวโฮเร็งเงเคียว” นั้นเป็นการออกเสียงตัวอักษรภาษาจีน ด้วยหลักการออกเสียงในแบบภาษาญี่ปุ่น นั่นเอง

Continue reading “นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว (Nam Myōhō Renge Kyō)”

หลักปฏิบัติเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาท 5/5


ธรรมบรรยายเรื่องหลักปฏิบัติเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาท ตอนที่ 5/5
โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ณ สวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหล เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๔
ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=J1qT-ekpR-Y

เดี๋ยวจะหาเวลาว่างๆ มาพิมพ์ข้อความธรรมบรรยายบทนี้ ในคราวหลังนะครับ